กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการเล่นการพนันออนไลน์ซึ่งเป็นปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนเสียหายแก่ประชาชน และมีการแพร่ระบาด เข้าถึงได้ง่ายทุกช่วงวัยในวงกว้าง โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดหรือในกำกับสถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยเหตุนี้กระทรวงศึกษาธิการจึงกำหนดแนวทางและมาตรการการแก้ไขปัญหาการเล่นการพนันออนไลน์ สำหรับสถานศึกษาในสังกัดหรือในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้

1. หลักการ

การพนันออนไลน์ถือเป็นภัยคุกคามอัตรายร้ายแรง เป็นการพนันที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 และแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 4 ทวิ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการออกกฎหมายกำหนดให้การเล่นการพนันออนไลน์ทุกชนิน หรือขออนุญาตได้ การเล่นการพนันจึงเป็นเรื่องที่ผู้เล่นการพนัน และผู้จัดให้มีการเล่นการพนันสมัครใจเข้าเล่นการพนัน อันเป็นการสมัครใจที่จะกระทำผิดกฎหมาย แต่ด้วยเทคโนโลยีที่มีการพัฒนามากขึ้น ทำให้การปราบปรามยิ่งกระทำได้ยาก ปัญหาการพนันในสังคมไทยยิ่งกระจายวงกว้าง และลุกลามไปสู่เด็กและเยาวชนเพิ่มมากขึ้น การหาวิธีการป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการคุ้มครองและป้องกันเด็กและเยาวชนจากการพนัน ต้องเริ่มต้นที่ “กฎหมาย” ซึ่งเป็นเครื่องมือในการควบคุมดูแลของรัฐ ในประเทศไทยมีบทบัญญัติในพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 ที่คุ้มครองเด็กและเยาวชนเพียงมาตราเดียว คือ มาตรา 7 (3) บัญญัติว่า “…ไม่ให้บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ หรือไม่บรรลุนิติภาวะเข้าเล่น…” เท่านั้น ส่วนกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องได้แก่ พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 หมวด 7 การส่งเสริมความประพฤตินักเรียน นักศึกษามาตรา 63 โรงเรียน และสถานศึกษาต้องจัดให้มีระบบงาน และกิจกรรมในการแนะแนวให้คำปรึกษา และฝึกอบรมแก่นักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง เพื่อส่งเสริมความประพฤติที่เหมาะสม ความรับผิดชอบต่อสังคมและความปลอดภัย แก่นักเรียน นักศึกษา ตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

กระทรวงศึกษาธิการมีความมุ่งมั่นดำเนินภารกิจตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (2561 – 2580) ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง มีเป้าหมายในการพัฒนาคน เครื่องมือ เทคโนโลยี และระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ให้มีความสามารถรับมือกับภัยคุกคามและภัยพิบัติทุกรูปแบบ ควบคู่ไปกับการป้องกันและแก้ไขปัญหา กระทรวงศึกษาธิการจึงกำหนดนโยบายและจุดเน้น การศึกษาความปลอดภัย มีจุดเน้นในการเร่งปลูกฝังทัศนคติ พฤติกรรม และองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องโดยบูรณาการอยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้ และสร้างภูมิคุ้มกันควบคู่กับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในเชิงบวกและสร้างสรรค์ พร้อมทั้งหาแนวทาง วิธีการปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักเรียน นักศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา จึงนำไปสู่การจัดทำแผนบริหารความปลอดภัย ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2565 – พ.ศ. 2567) กำหนดให้มีโครงการการพัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัย เป็นการพัฒนากิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยให้กับนักเรียน นักศึกษาทุกระดับ โดยยึดหลักมาตรการ 3 ป ได้แก่ ป้องกัน ปลูกฝัง และปราบปราม เพื่อรับมือกับภัยคุกคาม สถานการณ์ความเสี่ยงทุกรูปแบบ โดยผ่านกระบวนการเรียนการสอน

สถานการณ์ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ผ่านช่องการใช้สื่อสังคมออนไลน์ และไซเบอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภัยที่เกิดจากการเล่นการพนันออนไลน์ ที่มีผลกระทบในทางพฤติกรรม เพราะการพนันเป็นต้นตอให้นักเรียน นักศึกษามีโอกาสเข้าสู่อบายมุขอื่น รวมถึงการเข้าสู่เส้นทางอาชญากรรม ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต โรคซึมเศร้า สุขภาพกาย ร่างการอ่อนแอ และมีผลกระทบต่อสมอง การเรียนไม่พัฒนา การพนันมีส่วนเปลี่ยนแปลงได้เช่นเดียวกับยาเสพติด และขัดขวางการพัฒนาสมอง และทักษะชีวิตของนักเรียน นักศึกษาอย่างถาวร ซึ่งการพนันออนไลน์มีความรุนแรงกว่าการพนันชนิดอื่นถึงสามเท่า จากสภาพปัญหาภัยพนันออนไลน์ดังกล่าง กระทรวงศึกษาธิการ จึงให้ความสำคัญ แลพตระหนักถึงความปลอดภัยของนักเรียน นักศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา เพราะหากตกเป็นเหยื่อ เสพติดการพนันออนไลน์แล้ว ยังเป็นผู้กระททำผิดกฎหมายอีกด้วย

2. วัตถุประสงค์

เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน หน่วยงานทางการศึกษา และสถานศึกษา ดำเนินการ

2.1) ป้องกันและแก้ไขปัญหาการเล่นการพนันออนไลน์ของนักเรียน นักศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดหรือในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ

2.2) ปลูกฝังคุณลักษณะการต่อต้านการเล่นการพนันออนไลน์ให้กับนักเรียน นักศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดหรือในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ

2.3) ปราบปราม ไม่ให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ในนักเรียน นักศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดหรือในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ

3. แนวทางการแก้ไขปัญหาการเล่นการพนันออนไลน์

เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน หน่วยงานทางการศึกษา และสถานศึกษา ดำเนินการ

3.1) ศึกษาสภาพปัญหาการพนันออนไลน์ที่เป็นภัยคุกคามร้ายแรง มีผลกระทบต่อนักเรียน นักศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดหรือในกำกับ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการแก้ไขปัญหาการเล่นการพนันออนไลน์ร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

3.2) ให้ความสำคัญกับปัญหาการเล่นการพนันออนไลน์ นำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมของส่วนราชการ หน่วยงาน หน่วยงานทางการศึกษา และสถานศึกษาเพื่อกำหนดแนวทางและมาตรการการแก้ไขปัญหาการเล่นการพนันออนไลน์ให้ได้ผลอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

3.3) สร้างการรับรู้ด้วยการประชาสัมพันธ์ทางสื่อต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานศึกษาให้เข้าถึงและมีความตระหนักถึงปัญหาของการเล่นการพนันออนไลน์

3.4) ขอรับคำปรึกษาหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่เมื่อพบว่านักเรียน นักศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดหรือในกำกับเสพติดการเล่นพนันออนไลน์ เพื่อส่งตัวเข้ารับการบำบัดรักษา

4. มาตรการการแก้ไขปัญหาการเล่นการพนันออนไลน์

เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน หน่วยงานทางการศึกษา และสถานศึกษา ดำเนินการตามมาตรการ 3 ป ได้แก่ ป้องกัน ปลูกฝัง ปราบปราม ของกระทรวงศึกษาธิการ ตามนโยบายสถานศึกษาปลอดภัย ดังนี้

4.1) ป้องกัน ส่วนราชการ หน่วยงาน หน่วยงานทางการศึกษา และสถานศึกษา ดำเนินการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการเล่นการพนันออนไลน์ หรือมีความไม่ปลอดภัย ต่อนักเรียน นักศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยการสร้างการรับรู้ กำหนดมาตรการป้องกันจากปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นทั้งในและนอกสถานศึกษา และประกาศให้ “สถานศึกษาปลอดภัยการพนัน”

4.2) ปลูกฝัง ส่วนราชการ หน่วยงาน หน่วยงานทางการศึกษา และสถานศึกษา ต้องดำเนินการเกี่ยวกับการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ จิตสำนึก เจตคติที่ดี สร้างเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ เพื่อให้เกิดทักษะในการป้องกันภัย และให้มีคุณลักษระที่พึงประสงค์ในการต่อต้านการเล่นการพนันออนไลน์ให้แก่นักเรียน นักศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา

4.3) ปราบปราม ส่วนราชการ หน่วยงาน หน่วยงานทางการศึกษา และสถานศึกษา ต้องดำเนินการจัดการแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟู ส่งตัวเข้ารับการบำบัดรักษา เมื่อพบว่านักเรียน นักศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดหรือในกำกับเสพติดการเล่นการพนันออนไลน์ โดยส่งเข้าบำบัดรักษาหรือปรึกษาได้ที่สายด่วนสุขภาพจิต (เลิกพนัน) 1323 และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายกับบุคคลที่ละเมิด หรือประพฤติไม่เหมาะสมด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว และเป็นธรรม เพื่อให้ปัญหาลดลง หรือหมดไป ทั้งนี้ หากพบว่านักเรียน นักศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัดหรือในกำกับได้รับความเสียหาย หรือพบเห็นการกระทำความผิด หรือพบเบาะแสอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งผ่านระบบออนไลน์ ดังนี้

1.) แจ้งเหตุความไม่ปลอดภัยของกระทรวงศึกษา ได้ที่ (1.) สายด่วน: 02 126 6565, (2.) www.moesafetycenter.com (3.), Application: moesafetycenter (4.), Line: @MOESafetyCenter และ (5.) Facebook: MOE Safety Center ศูนย์ความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ ตลอด 24 ชั่วโมง

2.)เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.com ผ่านทางคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์สมาร์ทโฟน และโทรศัพท์ผ่านหมายเลข 1441 หรือ 081 866 3000 ตลอด 24 ชั่วโมง

3.) ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ที่สายด่วน 1212 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ https://facebook.com/DESMonitor

5. การกำกับ ติดตาม และรายงาน

เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน หน่วยงานทางการศึกษา และสถานศึกษา ดำเนินการ

5.1) ให้ความสำคัญกับนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย จุดเน้น เร่งปลูกฝังทัศนคติ พฤติกรรม และองค์ความรู้ที่เกี่ยวของโดยบูรณาการอยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้ และสร้างภูมิคุ้มกันควบคู่กับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในเชิงบวกและสร้างสรรค์ พร้อมทั้งหาแนวทาง วิธีการปกป้องคุ้มครองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักเรียน นักศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา

5.2) ให้มีคณะกรรมการกำกับ ติดตามระดับส่วนราชการ หน่วยงาน หน่วยงานทางการศึกษา และสถานศึกษา เพื่อกำกับ ติดตามการนำนโยบาย และจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย ตามข้อ 5.1 และการนำแนวทางและมาตรการการแก้ไขปัญหาการเล่นการพนันออนไลน์สำหรับสถานศึกษาในสังกัดหรือในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ สู่การปฏิบัติ

5.3) ให้มีการรายงานผลการนำแนวทางและมาตรการการแก้ไขปัญหาการเล่นพนันออนไลน์สำหรับสถานศึกษาในสังกัดหรือในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ สู่การปฏิบัติตามเครื่องมือที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด เพื่อนำผลการกำกับ ติดตามมาใช้ในการพัฒนา ปรับปรุงแนวทางและมาตรการการแก้ไขปัญหาการเล่นการพนันออนไลน์ สำหรับสถานศึกษาในสังกัดหรือในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ สู่ให้ทันสมัยสอดคล้องกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางสังคม

6. คำนิยาม

6.1) ส่วนราชการ หมายถึง ส่วนราชการที่มีสถานศึกษาในสังกัดหรือในกำกับ ประกอบด้วย 1.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ 2.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

6.2) หน่วยงาน หมายถึง หน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัดหรือในกำกับขึ้นตรงต่อสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ประกอบด้วย 1.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และ 2.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

6.3) หน่วยงานทางการศึกษา หมายถึง หน่วยงานทางการศึกษาที่สังกัดและขึ้นตรงกับส่วนราชการ หรือหน่วยงาน มีที่ตั้งอยู่ในส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาค และมีสถานศึกษาในสังกัด หรือในกำกับ ดูแล ประกอบด้วย 1.) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด 2.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 3.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัด 4.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 5.) สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ และ 5.) สำนักงานการอาชีวศึกษาจังหวัด

6.4) สถานศึกษา หมายถึง สถานศึกษาภาครัฐและสถานศึกษาภาคเอกชน จัดการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และระดับการศึกษาสายอาชีพ สังกัดหรือในกำกับส่วนราชการ และหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการ